คำสั่งโรงเรียน

Friday, February 03, 2006

บทคัดย่อ2

เรื่อง :
ภาวะผู้นำและการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรี
ชื่อเรื่อง ภาษาอังกฤษ
PRIMARY SCHOOL ADMINISTRATOR'S SUPERVISOR LEADERSHIP AND SUPERVISORY PERFORMANCE IN SUPHAN BURI
ชื่อผู้เขียน
นายธีระพร อายุวัฒน์ , Mr. Theeraporn Ayuwat
ตำแหน่ง

วุฒิการศึกษา

สถานที่ติดต่อ
โรงเรียนบ้านหนองแหน สำนักงานการประถมศึกษาอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
ประเภทงานวิจัย
วิทยานิพนธ์
สถานที่
หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

รายละเอียด ความเป็นมา
ความเป็นมา
- การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการสำคัญประการหนึ่ง ในการจัดการศึกษาของโรงเรียน โดยเฉพาะผู้บริหารซึ่งมีหน้าที่โดยตรงและรับผิดชอบสูงสุดในโรงเรียน จึงต้องเป็นผู้ที่มีความรู้มีความสามารถในการบริหารและการนิเทศภายในโรงเรียนในเรื่องต่อไปนี้ คือ การใช้ภาวะผู้นำและการปฏิบัติตามภารกิจในการนิเทศภายในโรงเรียน ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ในการที่จะพัฒนาครูในโรงเรียนให้มีความพร้อมและมีศักยภาพในการปฏิบัติงาน ด้วยเหตุนี้บทบาทดังกล่าวของผู้บริหารโรงเรียน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน การวิจัยครั้งนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการดำเนินงานนิเทศภายในโรงเรียนได้อย่างชัดเจน และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ที่จะใช้ผลวิจัยครั้งนี้เพื่อประกอบการพิจารณาปัญหาและจัดทำโครงการพัฒนา หรือวางแผนเพื่อแก้ไขสภาพปัญหานั้นได้ นอกจากนี้ยังอาจใช้เป็นแนวทางศึกษาถึงลักษณะอื่น ๆ ของผู้บริหารโรงเรียนในการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน เพื่อให้การดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
แนวคิดทฤษฎี
-
วัตถุประสงค์
- 1. เพื่อทราบภาวะผู้นำทางการนิเทศ และการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศของ ผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในและโรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ 2. เพื่อทราบความแตกต่างของภาวะผู้นำทางการนิเทศ และการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศของผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในและโรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ
สมมุติฐานการวิจัย
- 1. ภาวะผู้นำทางการนิเทศของผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในและโรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ แตกต่างกัน โดยผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในมีมากกว่า 2. การปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศภายในของผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในตามปกติ แตกต่างกัน โดยผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในมีมากกว่า
ระเบียบวิธีวิจัย
- การวิจัยเชิงพรรณนา (descriptive research)
ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง
ประชากรเป็นโรงเรียนประถมศึกษา สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 458 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายใน 201 โรงเรียน และ โรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ 257 โรงเรียน ตัวอย่างได้มาจากการสุ่มแบบง่าย (simple random sampling) ได้โรงเรียนแกนนำการนิเทศภายใน 57 โรงเรียน โรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ 57 โรงเรียน รวม 114 โรงเรียน โดยมีผู้บริหารครูวิชาการและครูปฏิบัติการสอน จำนวนทั้งสิ้น 342 คน
ตัวแปร
-
นิยามศัพท์
-
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
- ผู้วิจัยพัฒนาแบบสอบถามของนิตยา อัศวศุภฤกษ์ ที่ได้สร้างขึ้นจากแนวคิดของ เซอร์จิโอวานนี (Sergiovanni) และพัฒนาแบบสอบถามของ พัชรมน ศรีเพ็ชร เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศการศึกษา ซึ่งสร้างจากแนวคิดของ กลิคแมน (Glickman) โดยหาค่าความเชื่อมั่นด้วยวิธีการของครอนบาค (Cronbach) ใช้สัมประสิทธิ์แอลฟา ได้ค่าความเชื่อมั่น 0.98
วิธีการรวบรวมข้อมูล
-
การวิเคราะห์ข้อมูล
- วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (ฎINVALID_FIELD: Objectฏ) ค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test)
สรุปผลวิจัย
- 1. ภาวะผู้นำ และการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศของผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในอยู่ในระดับมาก ทั้งโดยภาพรวมและทุกรายองค์ประกอบ ส่วนโรงเรียนนิเทศ ภายในตามปกติ อยู่ในระดับปานกลางทั้งโดยภาพรวมและทุกรายองค์ประกอบ 2. ภาวะผู้นำและการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายใน เมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งโดยภาพรวมและทุกรายองค์ประกอบ โดยผู้บริหารโรงเรียนแกนนำ นิเทศภายในมีภาวะผู้นำทางนิเทศและการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศสูงกว่าผู้บริหารโรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะ
- 1. ควรให้ความสนใจโรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ โดยฝึกอบรมและส่งเสริมให้ ผู้บริหารมีภาวะผู้นำ และการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศภายในให้สูงขึ้น 2. ควรมีการสนับสนุนช่วยเหลือการจัดการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน และติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ 3. ควรศึกษาตัวแปรด้านความพร้อมของบุคลากร และทรัพยากรในการบริหารในการศึกษาครั้งต่อไป 4. ควรศึกษาภาวะผู้นำและการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศภายในของผู้บริหารโรงเรียนที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู

ภาวะผู้นำ

เรื่อง :
ภาวะผู้นำและการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรี
ชื่อเรื่อง ภาษาอังกฤษ
PRIMARY SCHOOL ADMINISTRATOR'S SUPERVISOR LEADERSHIP AND SUPERVISORY PERFORMANCE IN SUPHAN BURI
ชื่อผู้เขียน
นายธีระพร อายุวัฒน์ , Mr. Theeraporn Ayuwat
ตำแหน่ง

วุฒิการศึกษา

สถานที่ติดต่อ
โรงเรียนบ้านหนองแหน สำนักงานการประถมศึกษาอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
ประเภทงานวิจัย
วิทยานิพนธ์
สถานที่
หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ผู้ร่วมวิจัย

ผูร่วมวิจัย (ENG)

NEXT >>>

ภาวะผู้นำ

รายละเอียด ความเป็นมา
ความเป็นมา
- การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการสำคัญประการหนึ่ง ในการจัดการศึกษาของโรงเรียน โดยเฉพาะผู้บริหารซึ่งมีหน้าที่โดยตรงและรับผิดชอบสูงสุดในโรงเรียน จึงต้องเป็นผู้ที่มีความรู้มีความสามารถในการบริหารและการนิเทศภายในโรงเรียนในเรื่องต่อไปนี้ คือ การใช้ภาวะผู้นำและการปฏิบัติตามภารกิจในการนิเทศภายในโรงเรียน ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ในการที่จะพัฒนาครูในโรงเรียนให้มีความพร้อมและมีศักยภาพในการปฏิบัติงาน ด้วยเหตุนี้บทบาทดังกล่าวของผู้บริหารโรงเรียน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน การวิจัยครั้งนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการดำเนินงานนิเทศภายในโรงเรียนได้อย่างชัดเจน และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ที่จะใช้ผลวิจัยครั้งนี้เพื่อประกอบการพิจารณาปัญหาและจัดทำโครงการพัฒนา หรือวางแผนเพื่อแก้ไขสภาพปัญหานั้นได้ นอกจากนี้ยังอาจใช้เป็นแนวทางศึกษาถึงลักษณะอื่น ๆ ของผู้บริหารโรงเรียนในการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน เพื่อให้การดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
แนวคิดทฤษฎี
-
วัตถุประสงค์
- 1. เพื่อทราบภาวะผู้นำทางการนิเทศ และการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศของ ผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในและโรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ 2. เพื่อทราบความแตกต่างของภาวะผู้นำทางการนิเทศ และการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศของผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในและโรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ
สมมุติฐานการวิจัย
- 1. ภาวะผู้นำทางการนิเทศของผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในและโรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ แตกต่างกัน โดยผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในมีมากกว่า 2. การปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศภายในของผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในตามปกติ แตกต่างกัน โดยผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในมีมากกว่า
ระเบียบวิธีวิจัย
- การวิจัยเชิงพรรณนา (descriptive research)
ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง
ประชากรเป็นโรงเรียนประถมศึกษา สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 458 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายใน 201 โรงเรียน และ โรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ 257 โรงเรียน ตัวอย่างได้มาจากการสุ่มแบบง่าย (simple random sampling) ได้โรงเรียนแกนนำการนิเทศภายใน 57 โรงเรียน โรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ 57 โรงเรียน รวม 114 โรงเรียน โดยมีผู้บริหารครูวิชาการและครูปฏิบัติการสอน จำนวนทั้งสิ้น 342 คน
ตัวแปร
-
นิยามศัพท์
-
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
- ผู้วิจัยพัฒนาแบบสอบถามของนิตยา อัศวศุภฤกษ์ ที่ได้สร้างขึ้นจากแนวคิดของ เซอร์จิโอวานนี (Sergiovanni) และพัฒนาแบบสอบถามของ พัชรมน ศรีเพ็ชร เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศการศึกษา ซึ่งสร้างจากแนวคิดของ กลิคแมน (Glickman) โดยหาค่าความเชื่อมั่นด้วยวิธีการของครอนบาค (Cronbach) ใช้สัมประสิทธิ์แอลฟา ได้ค่าความเชื่อมั่น 0.98
วิธีการรวบรวมข้อมูล
-
การวิเคราะห์ข้อมูล
- วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (ฎINVALID_FIELD: Objectฏ) ค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test)
สรุปผลวิจัย
- 1. ภาวะผู้นำ และการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศของผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายในอยู่ในระดับมาก ทั้งโดยภาพรวมและทุกรายองค์ประกอบ ส่วนโรงเรียนนิเทศ ภายในตามปกติ อยู่ในระดับปานกลางทั้งโดยภาพรวมและทุกรายองค์ประกอบ 2. ภาวะผู้นำและการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศผู้บริหารโรงเรียนแกนนำการนิเทศภายใน เมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งโดยภาพรวมและทุกรายองค์ประกอบ โดยผู้บริหารโรงเรียนแกนนำ นิเทศภายในมีภาวะผู้นำทางนิเทศและการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศสูงกว่าผู้บริหารโรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะ
- 1. ควรให้ความสนใจโรงเรียนนิเทศภายในตามปกติ โดยฝึกอบรมและส่งเสริมให้ ผู้บริหารมีภาวะผู้นำ และการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศภายในให้สูงขึ้น 2. ควรมีการสนับสนุนช่วยเหลือการจัดการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน และติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ 3. ควรศึกษาตัวแปรด้านความพร้อมของบุคลากร และทรัพยากรในการบริหารในการศึกษาครั้งต่อไป 4. ควรศึกษาภาวะผู้นำและการปฏิบัติงานตามภารกิจการนิเทศภายในของผู้บริหารโรงเรียนที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู
<<

บทคัดย่อ

ชื่อสถาบัน
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา
วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ศึกษาศาสตร์ (การบริหารการศึกษา)
ปีที่จบการศึกษา
2544
ชื่อนิสิต
ดิเรก สายศิริวิทย์
ชื่อวิทยานิพนธ์
บทบาทของผู้บริหารในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด กรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
ผศ อาภา เสถียรสวัสดิ์ M Ed
วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ 1) เพื่อศึกษาบทบาทของผู้บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็น ฐานของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 2) เพื่อเปรียบเทียบ บทบาทของผู้บริหารในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด กรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 จำแนกตามขนาดโรงเรียน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขต การศึกษา 6 จำนวน 137 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามชนิดสำรวจรายการ และมาตราส่วนประมาณค่า โดยได้รับแบบสอบถามคืน จำนวน 124 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 90.51 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS/FW เพื่อหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน แล้วนำมาจัดอันดับและบอกระดับบทบาทของผู้บริหาร ผลการวิจัยพบว่า ระดับบทบาทของผู้บริหารในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของ โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ทั้ง 5 หลักการคือ 1) หลักการ กระจายอำนาจ 2) หลักการมีส่วนร่วม 3) หลักการคืนอำนาจจัดการศึกษาให้กับประชาชน 4) หลักการบริหารตนเอง 5) หลักการตรวจสอบและถ่วงดุล ส่วนใหญ่มีบทบาทอยู่ในระดับ มาก เมื่อเปรียบเทียบบทบาทจำแนกตามขนาดโรงเรียน พบว่า โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียน ขนาดกลาง โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ บทบาทอยู่ในระดับมาก ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ บทบาทอยู่ในระดับมากที่สุด

Friday, January 27, 2006


test